วิชาแนะแนว : วิชาที่ควรสอนให้เด็กค้นพบตัวตน

คาบแนะแนวของคุณทำอะไรกันบ้าง ? ที่จริงวิชาแนะแนวในไทยมีมานานแล้ว จุดประสงค์ของวิชานี้คือ ช่วยเหลือนักเรียนให้เข้าใจตัวเองและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้เขา “มีคุณภาพเหมาะสมตามความแตกต่างระหว่างบุคคล” “ค้นพบและพัฒนาศักยภาพตัวเอง” มีทักษะการดำเนินชีวิต มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรม จริยธรรม รู้จักการเรียนรู้ในเชิงพหุปัญหา รู้จักคิด ตัดสินใจ แก้ปัญหาในช่วงวิกฤติ วางแผนการศึกษาต่อ ประกอบอาชีพ และสามารถปรับตัวได้อย่างมีความสุขในชีวิตได้พัฒนาตนเองให้ถึงขีดสุด ในทุกด้าน แล้วเราได้อะไรจากวิชานี้ ? ในตัวมุมมองของคนเขียนเอง วิชาแนะแนวที่เจอคือลอกการบ้านเพื่อน หรือคาบว่างลงไปเดินเล่น หาอะไรกิน พอถึงช่วงใกล้สอบครูก็จะมาบอกว่า ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง บอกคณะที่ตลาดต้องการ บอกมหาวิทยาลัยชั้นนำ โดยที่ไม่มีการถามเด็กด้วยซ้ำว่า เขาอยากเป็นอะไร ที่หนักสุดคือเอาแต่ยัดเยียดคณะให้เด็กสอบเข้าเพื่อจะทำให้โรงเรียนมีชื่อเสียงขึ้น (คงไม่ต้องพูดว่าคณะอะไร) แล้วเด็กคนอื่นที่เขาไม่ถนัดด้านวิชาการ ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากวิชานี้เลย ซึ่งเด็กที่อยากทำประมงหรือคณะอื่นๆ ที่ไม่แมส เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาต้องเรียนอะไร ทำให้รู้ว่าการแนะแนวของการศึกษายังให้เขาไม่พอ มันคือจุดอ่อนของการศึกษาไทยคือ “เด็กเรียนมากแต่ไม่รู้ตัวเอง” วิชานี้ควรเป็นวิชาให้เด็กเจอตัวตนเขาจริงๆ ได้เห็นว่าอาชีพที่เขาอยากเป็นต้องทำอะไรบ้าง ควรให้เด็กลงมือปฏิบัติจริง ครูเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมากในวิชานี้ ห้องแนะแนวควรเป็นห้องที่เด็กกล้าเดินเข้าไปปรึกษาได้ทุกเรื่องไม่ใช้แค่ด้านวิชาการ แต่เป็นเรื่องการใช้ชีวิต ปัญญาการเข้าสังคม หรือแม้กระทั่งเรื่องเพศ ห้องแนะแนวควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขา ทุกวันนี้เราทุกคนเจอตัวเองหรือยัง? สตีฟ จอบส์ (Steve […]

admin

September 23, 2020

“อยู่ดีๆ ก็หายไลน์ไม่ตอบ” ความสัมพันธ์แบบโกสติง (Ghosting Relationship)

“อยู่ดีๆ ก็หายไลน์ไม่ตอบ อยู่ดีๆ เปลี่ยนไป ไม่รู้ทำไม” ทุกวันนี้โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลกับชีวิตเรามากขึ้น มันได้เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของเรา แต่ที่ส่งผลมากที่สุดคือรูปแบบความสัมพันธ์เปลี่ยนไป เราพูดคุยกับคนแปลกหน้าได้ง่ายขึ้นโดยผ่านช่องทางมากมาย ซึ่งมันทำให้เราเจอความสัมพันธ์แบบฉาบฉวยได้ง่าย เช่น การคุยกับใครคนหนึ่งอยู่ดีๆ เราเริ่มรู้สึกดีกับเขา เขาบอกกับเราว่า “กินข้าวก่อนเดี๋ยวมา” ปรากฏว่า 3 วันแล้วเขายังกินไม่เสร็จเลย T T อ้าวหายเฉย หายลับ ยืนงงในดงแชท…. เราเรียกความสัมพันธ์แบบนี้ว่า โกสติง (Ghosting Relationship) เกิดขึ้นเมื่อเราคุยกับเขาอยู่ดีๆ เขาหายไปเลย หายไปแบบไม่มีเหตุผล เงียบไปเฉยๆ เราพยายามส่งข้อความทักไปก็แล้ว แต่เขาก็ไม่ตอบ เสมือนว่าเราไม่มีตัวตนจากโลกใบนี้ สรุปแล้วเรากลายเป็น ‘ผี’โดยมีสาเหตุหลักๆ มีอยู่ 3 อย่าง 1. “ความกลัว” เป็นเหตุผลที่เขาเลือกที่จะหายจากเราไปอย่างไร้ร่องรอย เขาอาจกลัวการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากขึ้น กลัวการผูกมัด หรือกลัวการเลิกรา กลัวความขัดแย้ง ซึ่งทำให้เขายุติความสัมพันธ์กับเรา 2. “เขาไม่ได้ชอบเรามากขนานนั้น หรือไปเจอคนที่ดีกว่า” อาจเป็นเหตุผลที่ฟังดูเจ็บปวดแต่เราเชื่อว่าเขาทำถูกต้องแล้วที่หายไป เพราะถ้าเขายังเก็บเราไว้นานๆ ซึ่งคนที่เจ็บที่สุดคือตัวเราเอง ให้เขาหายไปตั้งแต่เริ่มๆ แหละดีแล้ว […]

admin

September 23, 2020

“เด็กติดเกม” ปัญหาเยาวชน ภายใต้ภูเขาน้ำแข็ง

ภาพจำเด็กติดเกมในหน้าจอที่สื่อมักนำเสนอแต่ประเด็นความรุนแรง ภาพเด็กก้าวร้าวทำลายข้าวของ ส่งผลเสียต่อการเรียน นั่งอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือจ้องแต่จอโทรศัพท์ มิหนำซ้ำเวลามีข่าวอาชญากรเด็ก มักจะโทษ ‘เกม’ อยู่เสมอ เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เกมตกเป็น ‘จำเลย’ ของสังคม เด็กคนไหนที่ยุ่งเกี่ยวกับเกมจะถูกมองด้านลบในสายตาผู้ใหญ่ แท้จริงแล้วเกมมันเลวร้ายขนาดนั้นเลยหรือ? จากปัญหานี้ทำให้เราได้พบกับรายการ “LET ME GROW พลิกชีวิตเด็กติดเกม” สารคดีกึ่งเรียลลิตี้ ที่ตีแผ่ชีวิตเด็กติดเกมขั้น “รุนแรง” รวม 61 คน มาบำบัดโดยการเข้าค่าย ออกอากาศทางช่อง GMM 25 เมื่อปี 2559 ซึ่ง รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล จิตแพทย์เด็กจากศิริราช ได้กล่าวไว้ในสารคดีชุดนี้ว่า ปัญหาเด็กติดเกมเปรียบเทียบให้ภาพได้ชัดมันจะเป็น “ยอดของภูเขาน้ำแข็ง” หมายความว่าสิ่งที่เราเห็นมันนิดเดียว คือภาพเด็กนั่งเล่นเกม ไม่รู้จักเวลา แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ที่เราไม่เห็นด้วยตา มันยังมีปัญหาอีกเยอะ เช่น เด็กเข้าสังคมไม่ได้ เจอเพื่อนบุลลี่ (Bullying) ทะเลาะกับพ่อแม่ “มันคือต้นตอของปัญหาทั้งหมด” ปัญหาเหล่านี้พอถูกสะสมเป็นเวลานาน เด็กก็ต้องแสวงหาที่ๆ เขารู้สึกปลอดภัย “เขาถึงเลือกใช้เกมเป็นทางออก” เพราะโลกแห่งความจริงมันโหดร้าย เกมจึงเป็น ‘เพื่อน’ […]

admin

September 23, 2020
1 7 8