ขับรถแบบไหน? เป็นสัญญาณเตือนโรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์” เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์สมองหยุดทำงานหรือเซลล์สมองตาย ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหลงๆ ลืมๆ ซึ่งถ้าหากปล่อยไว้อาจส่งผลเสียในระยะยาวได้ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเราหรือคนรอบเป็นโรคอัลไซเมอร์ ไม่ใช่แค่คนที่ขี้หลงขี้ลืมเฉยๆ

ด้วยเหตุนี้ ทีมวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกาจึงได้ทำการทดลอง เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ของโรคอัลไซเมอร์ โดยที่ไม่ต้องให้ผู้ป่วยเข้ารับจากทดสอบทางการแพทย์ ซึ่งผลที่ได้พบว่า “รูปแบบการขับรถ” อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้นได้

โดยในการทดลองนี้ ทีมวิจัยได้ทำการเก็บข้อมูลจากอาสาสมัครในประเทศสหรัฐฯ ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งหมด 139 คน เป็นเวลานานถึง 1 ปี โดยอาสาสมัครครึ่งหนึ่งเป็นผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้น ส่วนอีกครึ่งหนึ่งคือคนที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคนี้

ผลการทดลองพบว่า ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์จะมีพฤติกรรมการขับรถที่แตกต่างจากคนปกติอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากพวกเขาจะไม่ค่อยอยากขับรถ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน หรือถ้าหากจำเป็นต้องออกจากบ้านจริงๆ พวกเขาก็เลือกที่จะขับรถออกไปแต่ที่ใกล้ๆ และใช้เส้นทางที่เคยไปมาแล้วซ้ำๆ มากกว่าการลองเส้นทางใหม่ๆ ที่สั้นกว่า เนื่องจากพวกเขาเริ่มมีปัญหาในการจดจำเส้นทางโดยไม่รู้ตัว

อีกทั้งในการขับรถแต่ละครั้ง ผู้ป่วยมักจะขับรถช้าๆ แต่ชอบหักเลี้ยวหรือกระตุกหยุดบ่อยๆ เนื่องจากคิดไม่ทัน เลยมักจะเปลี่ยนใจกะทันหัน

ทั้งหมดนี้อาจจะฟังดูเล็กน้อย แต่มันก็เป็นสัญญาณเตือนของโรคอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้นได้เป็นอย่างดี โดยงานวิจัยนี้มีค่าความแม่นยำมากถึง 86 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ดังนั้นถ้าหากคุณหรือคนรอบตัวเริ่มมีพฤติกรรมการขับรถดังกล่าว ก็ให้รีบพาตัวไปหาหมอเพื่อวินิจฉัยเรื่องโรคอัลไซเมอร์ให้เร็วที่สุดนะคะ