“แบ๊ว” ไม่ได้แปลว่า “ปลอม” : ทำไมคนถึงเกลียดผู้หญิงแอ๊บแบ๊ว

ถ้าหากผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ตัวเล็ก ใส่ชุดเดรสหวานๆ ล้มต่อหน้าผู้ชาย พร้อมส่งเสียงร้องโอ๊ยออกมาแบ๊วๆ สิ่งแรกที่หลายคนคิดโดยเฉพาะผู้หญิงด้วยกันเอง (แต่ไม่ใช่ *ทุกคน* ที่คิดแบบนี้) มักจะเป็น “ปลอมว่ะ” “อินี่แรดเงียบ” “อยากได้ผู้ชายแน่ๆ” แต่ถ้าหากกลับกันคนที่ล้มเป็นผู้หญิงที่ไม่ตรงกับ Beauty standard ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ ล้มต่อหน้าผู้ชายบ้าง คนส่วนใหญ่จะไม่รู้สึกต่อต้านขนาดนั้น

สิ่งนี้เรียกว่า “Internalized Misogyny” หรือก็คือการกดทับเพศหญิง “โดยผู้หญิงด้วยกันเอง” 

สาเหตุหนึ่งเกิดจากแนวคิดปิตาธิปไตยที่มีเพศชายเป็นศูนย์กลาง การมีอยู่ของผู้หญิงจึงเป็นไปเพื่อสนองความพึงพอใจของผู้ชายเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เมื่อมีผู้หญิงคนนึงทำตัวโดดเด่นขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวเซ็กซี่ แต่งตัวน่ารัก หรือทำตัวแบ๊วๆ สังคมก็มักจะผูกโยงเข้ากับผู้ชายทันทีว่า “ทำแบบนี้พยายามอ่อยล่ะสิ” ทั้งที่จริงแล้วมันอาจจะเป็นแค่สไตล์หรืออุปนิสัยของผู้หญิงคนนั้นก็ได้

ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากการพยายามปลดแอคแบบผิดๆ ของผู้หญิงที่โดนกดทับด้วยสังคมปิตาธิปไตย เพราะสังคมแบบนี้มักคาดหวังให้ผู้หญิงทำตัวเรียบร้อยน่ารัก ผู้หญิงที่พยายามดิ้นรนออกจากสังคมปิตาธิปไตยจึงมีแนวโน้มที่จะพยายามทำตัวให้แตกต่างว่า “ฉันไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไปนะ” (I’m not like other girls) โดยการทำตัวห้าวๆ ลุยๆ ไม่พึ่งพาผู้ชาย แต่งตัวทะมัดทะแมงหรือเฟียร์สไปเลย 

ซึ่งการกระทำดังกล่าวมันก็ไม่ผิด แต่หลายครั้งที่ความพยายามนี้มักเผลอไปกดทับผู้หญิงด้วยกันเองโดยไม่รู้ตัว เช่น การตัดสินว่าผู้หญิงที่ทำตัวแบ๊วว่าโง่ อ่อนแอ พึ่งพาแต่ผู้ชาย หรือหนักกว่านั้นคือการทำตัวหยาบคายแล้วบอกว่ามันคือ “ความจริงใจ” พร้อมทั้งแปะป้ายผู้หญิงที่อ่อนหวานกว่าว่า “ปลอม”

ทั้งที่จริงแล้วความเท่าเทียมทางเพศนั้นไม่ได้แปลว่าผู้หญิงต้องแข็งแกร่งเพื่อให้ทัดเทียมกับผู้ชาย แต่หมายถึงอิสระที่ผู้หญิงก็สามารถเป็นอะไรก็ได้ แต่งตัวยังไงก็ได้ โดยไม่ต้องถูกตัดสินและตีกรอบโดยเพศใดเพศหนึ่ง ดังนั้นคนเราจึงสามารถ “แบ๊ว” ได้โดยไม่จำเป็นต้อง “ปลอม” และสามารถ “จริงใจ” ได้โดยไม่ต้อง “หยาบคาย” เช่นเดียวกัน