คอสเพลย์พระพุทธเจ้า : ศิลปะหรือการลบหลู่

เมื่อวันฮาโลวีนที่ผ่านมาเกิดกระแสดราม่าที่รุนแรงขึ้นเมื่ออินฟูเอนเซอร์ชื่อดังคนนึงทำคอนเทนต์ในธีม “ความเชื่อและศาสนา” โดยเธอได้แต่งตัวเป็นเทพและศาสดาจากศาสนาต่างๆ เช่น พระแม่กาลี เจ้าแม่กวนอิม พระเยซู เทพอนูบิส และท้ายที่สุดคือ “พระพุทธเจ้า” ซึ่งทำให้ชาวพุทธส่วนหนึ่งไม่พอใจ ด้วยรู้สึกว่าอินฟูเอนเซอร์คนดังกล่าวกำลังล้อเล่นกับความเชื่อของคนอื่นอยู่

ถ้าเช่นนั้นแล้วการนำเสนอศาสนามาในรูปแบบใหม่ควรถูกมองว่าเป็น “ศิลปะ” หรือ “การลบหลู่” กันแน่

ความขัดแย้งระหว่างสองสิ่งนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นที่ไทยเป็นครั้งแรก แต่เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่ฝรั่งเศส เมื่อนิตยสารชาร์ลีเอ็บโดของฝรั่งเศสตีพิมพ์รูปการ์ตูนล้อเลียนศาสดามุฮัมมัด ในปีค.ศ. 2005 ซึ่งภาพดังกล่าวนี้ก็สร้างความไม่พอใจให้กับชาวมุสลิมเป็นอย่างมาก

แต่ทางสำนักพิมพ์ก็ยังคงตีพิมพ์การ์ตูนล้อเลียนต่อไปเรื่อยๆ โดยมองว่านี่เป็นเสรีภาพในการแสดงออก จนกระทั่งในวันที่ 7 มกราคม ค.ศ.2015 มีชาวมุสลิมสองคนบุกเข้าไปในสำนักงานนิตยสารชาร์ลีเอ็บโดและก่อเหตุกราดยิงขึ้น จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีคนเสียชีวิตไปทั้งสิ้น 12 ศพ

ต่อมาในวันที่16 ตุลาคม ค.ศ.2020 ซามูแอล ปาตี ครูโรงเรียนมัธยมสัญชาติฝรั่งเศสก็ได้นำภาพการ์ตูนดังกล่าวไปสอนในชั้นเรียนภายใต้หัวข้อ “เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น” แต่ภายหลังเขากลับโดนวัยรุ่นชาวมุสลิมฆ่าตัดคอ เนื่องจากมองว่าครูกำลังดูหมิ่นศาสนาของเขา

แน่นอนว่าการทำร้ายคนอื่นย่อมไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการแตะต้องสิ่งที่คนอื่นรักและบูชาเยี่ยงชีวิตจะไม่ก่อให้เกิดความโกรธแค้นของคนกลุ่มนั้น ท้ายที่สุดแล้วเราอาจต้องตัดสินใจเลือกกันเอาเองว่าเราอยากจะให้ศาสนาพุทธเป็นแบบไหน อยากให้รักและเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใดเหมือนมุสลิม หรืออยากเปิดกว้างและมองมันเป็นศิลปะเหมือนฝรั่งเศส