วิ่งการกุศล แต่ทำไมคนไม่อินแล้ว?

เมื่อ 4 ปีก่อน พี่ตูน บอดี้แสลม ได้ออกมาวิ่งการกุศลเพื่อหาเงินบริจาคช่วย 11 โรงพยาบาล ภายใต้ชื่อโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ซึ่งโครงการนี้ก็มีคนตอบรับอย่างล้นหลาม และในปลายปีนี้พี่ตูนก็ได้กลับมาอีกครั้งกับโครงการ “ก้าวเพื่อน้องปีที่ 2” ที่จะวิ่ง 109 กม. เพื่อขอเงินบริจาคเป็นทุนเรียนต่อให้กับเด็กที่กำลังจะหลุดออกจากระบบการศึกษาจำนวน 109 คน โดยจะเริ่มวิ่งตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ปีพ.ศ.2565 นี้

แต่แทนที่คนจะสนับสนุนเหมือนเมื่อก่อน กลับเริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหู ทั้งที่พี่ตูนก็วิ่งเหมือนเดิม แต่ทำไมหลายคนกลับไม่อินแล้ว?

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเมื่อคนเราบริจาคไป เราไม่ได้ให้เปล่า แต่ “ให้” ด้วยความรู้สึกว่าการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ นี้จะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างให้ดีขึ้น เหมือนกับคอนเซ็ปต์โครงการก้าวคนละก้าวที่บอกว่า เงินบริจาคเพียงแค่คนละ 9 บาท เมื่อนำมารวมกันก็สามารถกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ได้ 

คอนเซ็ปต์นี้มันเต็มไปด้วยความหวังและความฝัน ก่อนที่ปีนี้เราจะถูกตบหน้าด้วยความจริงว่า “ต่อให้บริจาคเท่าไหร่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน” เพราะสิ่งที่พังนั้นมันพังตั้งแต่การวางระบบแล้วว่า งบประมาณที่ควรเอามาใช้แก้ไขปัญหานี้มันอยู่ไหน ก่อนหน้านี้เอาไปใช้อะไรหมด ทำไมถึงบริหารได้ไม่เพียงพอ การบริจาคจึงเป็นเหมือนยาชาที่ช่วยให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บปวดเพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะให้ยาชามากมายเพียงใด คนไข้ก็ไม่มีทางหายจากอาการป่วยอยู่ดี

ดังนั้นหลายคนจึงมองว่าควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือเรียกร้องให้มีการจัดการระบบใหม่อย่างเป็นธรรมและตรวจสอบได้ งบประมาณส่วนไหนไม่จำเป็นก็ตัดออก จะได้มีเงินมาโปะส่วนนี้บ้าง แล้วถ้าเราทำได้ เราจะไม่เพียงช่วยเด็ก 109 คนนี้เท่านั้น แต่จะสามารถช่วยเด็กทั้งหมดในระบบการศึกษา รวมถึงลูกหลานของเราในอนาคตด้วย

แต่เพราะที่ผ่านมาพี่ตูนไม่เคยออกมาแสดงความคิดเห็นหรือเรียกร้องสิ่งเหล่านี้เลย หลายคนจึงเกิดคำถามตามมาว่า “แล้วพี่ตูนจะวิ่งไปเพื่ออะไร?” วิ่งเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคมจริงๆ หรือวิ่งเพียงเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นดีเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นคำตอบไหน หลายคนก็เลิกอินกับมันไปเสียแล้ว…