ยิ่งกว่า Burn out! ภาวะว่างเปล่าที่เหมือนอยู่แต่กาย แต่จิตใจตายไปแล้ว



ยิ่งกว่า Burn out!

ภาวะว่างเปล่าที่เหมือนอยู่แต่กาย แต่จิตใจตายไปแล้ว

ช่วงโควิดที่ผ่านมานี้ เราคงจะเคยได้ยินคำว่าอาการหมดไฟ (Burn out) กันอยู่บ่อยๆ เพราะความเครียดที่สะสมจากการทำงาน แต่อาการ Burn out สามารถแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนบรรยากาศ ออกไปพักกายพักใจให้หายเหนื่อย แต่นอกจากอาการ Burn out แล้ว โควิดยังนำพาอีกอาการหนึ่งที่หนักกว่าการ Burn out มาให้ใครหลายคนด้วย!

อาการนี้เรียกว่า “languishing” หรือก็คือความรู้สึกว่างเปล่า เฉยชา ไม่ยินดียินร้ายกับอะไรทั้งนั้น ซึ่งมันอาจฟังดูคล้ายอาการ Burn out แต่หนักกว่าตรงที่อาการนี้ไม่จำกัดอยู่เฉพาะแต่เรื่องงานเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ในชีวิต เช่น ต่อให้มีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นเราหรือคนใกล้ตัว หรือมีเรื่องที่น่ายินดีเกิดขึ้น เราก็จะไม่รู้สึกเชื่อมโยงกับมัน เหมือนเจ็บปวดแต่ก็เหนื่อยที่จะรู้สึก รวมไปถึงการสูญเสียเป้าหมายในชีวิต ไม่มีอะไรให้ตั้งตาคอย แค่มีชีวิตอยู่เพื่อให้ผ่านไปวันๆ ด้วย

อาการ languishing นี้ยังไม่ถูกบรรจุเป็นอาการทางจิตโดยตรง แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ ทำให้ร่างกายเราปฏิเสธที่จะรับรู้ ซึ่งดร. Martin Seligman นักจิตวิทยาผู้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับอารมณ์เชิงบวก ก็ได้แนะนำวิธีฟื้นตัวจากอาการ languishing ไว้ว่า ให้ลองปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวให้มากขึ้นดู

ลองพูดคุยหรือทำกิจกรรมกับครอบครัวหรือเพื่อนที่เราไว้ใจ โฟกัสไปที่อารมณ์เชิงบวกและความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำได้ในแต่ละวัน เพื่อเสริมสร้างกำลังใจให้กับตนเอง เพราะเมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกเชื่อมโยงถึงคนอื่น เราก็จะสามารถกลับมามองเห็นความหมายของชีวิตได้อีกครั้ง

แต่ถึงกระนั้นกระบวนการฟื้นฟูใจก็ต้องใช้เวลา ถ้าหากวันใดที่คุณรู้สึกเหนื่อย จะหยุดพักสักหน่อยก็ไม่เป็นไร พร้อมเมื่อไหร่ค่อยลุกขึ้นมาฟื้นฟูใจตัวเองอีกครั้ง หรือถ้าหากสู้คนเดียวไม่ไหว ก็ให้ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือคนใกล้ตัวดู เพราะคนเหล่านี้นี่แหละที่พร้อมจะช่วยเหลือและเติมใจของคุณให้กลับมาเต็มเหมือนดังเดิม