“คนรุ่นใหม่ความอดทนต่ำ ?”บรรทัดฐานของคนรุ่นเก่าที่ถูกใช้ตัดสินคนรุ่นใหม่

“แค่นี้ก็ทนไม่ได้ โตขึ้นจะไปทำอะไร” เป็นคำพูดที่ผู้ใหญ่หลายๆ คนชอบ stereotype คนรุ่นใหม่และมองว่าพวกเขามีความอดทนต่ำ ไม่ค่อยสู้งาน อยากที่จะประสบความสำเร็จเร็ว ทำงานไม่นานก็เปลี่ยนบริษัทใหม่ ไม่เหมือนคนรุ่น Baby Boomer (อายุประมาณ 56-74) หรือ Gen X (40-55) ที่ต่างเป็นผู้บริหารระดับสูงอยู่ในขณะนี้ ต้องมีความอดทนมากกว่าเพื่อจะสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ทุกอย่างล้วนมี “เหตุ” และ “ผล” ของมัน เราไม่ควรไป stereotype ใครและไปมองว่าเขาอดทนต่ำกว่าตนเอง

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าคนรุ่นใหม่ Gen Y (อายุประมาณ 23-39) ต่างเติบโตมากับ “ทางลัด” อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงชอบหาทางลัดใหม่ๆ เพื่อไปให้ถึงความสำเร็จที่เร็วกว่า และเขาถูกสอนให้สร้างสรรค์ผ่านนวัตกรรมผ่านหลักสูตรต่างๆ ซึ่งต่างจากคนรุ่นเก่าที่เกิดในยุคหลังสงครามที่มีความลำบากมากกว่า ตรงนี้เองถือเป็นจุดต่างของสอง Generation ที่ต่างกันสุดขั้ว ทำให้เกิดข้อขัดแย้งกันบ่อยในการทำงาน

โดยคนรุ่นเก่าเกิดมาในยุคแห่งการรอคอยเช่น ส่งจดหมาย ต่อแถวรอตู้โทรศัพท์สาธารณะ ไปนั่งค้นหางานวิจัยในห้องสมุด หรือแม้กระทั่งดูละครยังต้องรอตอนสองทุ่ม ห้ามไปไหน ไม่งั้นอด ไม่มีดูย้อนหลัง ซึ่งเห็นชัดว่าคนรุ่นเก่าต่างมีความอดทนมากกว่า แต่ปัญหามันอยู่ที่ “คนรุ่นเก่าชอบเอากรอบความคิดของตนไปมองคนรุ่นใหม่อย่างไม่ฟังเหตุผล โดยยึดเอาประสบการณ์ที่พวกเขาเติบโตมา”

และแย่ยิ่งไปกว่านั้นที่สังคมเราตกอยู่ในระบบอาวุโส (Seniorism) ที่ไปกดทับคนรุ่นใหม่ไม่ให้มีสิทธิ์มีเสียง ซึ่งคนรุ่นใหม่มองเรื่องการอดทนนี้ว่ามัน “เสียเวลา” เพราะเวลามันมีค่าสำหรับพวกเขา

เพราะในยุคโลกาภิวัตน์นี้ ทุกอย่างมันง่ายดายไปหมด ไม่ต้องเดินทางเสียเวลาไปประชุมแค่ Video call เห็นหน้ากันก็จบ อยากหาข้อมูลก็แค่เข้า google ก็มีข้อมูลความรู้มาให้อย่างเสร็จสรรพไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหาที่ห้องสมุด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่คนรุ่นใหม่ อยากที่จะทำอะไรสำเร็จไวๆ รอไม่ได้ แต่แน่นอนว่าสิ่งที่คนรุ่นใหม่ขาดก็คือ “ประสบการณ์” เพราะต่อให้มีทางลัดมากมายแค่ไหน ทว่าไม่ได้ลองลงมือทำเอง ล้มเอง เจ็บเองแล้ว ก็ย่อมไม่ได้มาซึ่งประสบการณ์ในการต่อยอดสิ่งใหม่ๆ แน่นอนว่าคน Gen X ย่อมมีประสบการณ์มากกว่าอยู่แล้ว

ซึ่งทางออกของปัญหานี้ง่ายๆ คือ “การฟัง” แค่เราทุกคนฟังกันอย่างมีเหตุผล รับรองว่าเราจะแก้ปัญหาและหาทางออกได้ ดึงจุดแข็งของแต่ละ Gen มาใช้ อย่างคนรุ่นใหม่บางคนก็เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ซึ่งเราก็ต้องพึ่งคนรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์ด้านนั้นๆ มาก่อน โดยมาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน

เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดแค่คนรุ่นใดรุ่นหนึ่งแต่มันต้องเกิดจากคนหลายๆ รุ่นมาร่วมมือกันและหาทางออกไปพร้อมๆ กับการพัฒนาองค์กรหรือสังคมให้เป็นไปอย่างราบรื่นในอนาคต

_____________________________________

chatBEE ค้นหาคนรู้ใจใกล้ตัวคุณ

_____________________________________