คนตระกูลเดียวกัน แต่ทำไมเราไม่เท่ากัน

วันตรุษจีนผ่านไปแล้ว หลายคนคงได้มีโอกาสกลับไปรวมญาติ ดื่มกินสังสรรค์ เคารพบรรพบุรุษ …รวมถึงได้กลับไปเจอความไม่เท่าเทียมกันในสังคมแบบจีนๆ ด้วย

ถึงแม้ว่าในยุคนี้ความไม่เท่าเทียมกันอาจจะเบาบางลงแล้ว แต่ในบางบ้านก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ เช่น การสปอยลูกชายให้ได้กินของดีกว่า ได้อั่งเปามากกว่า ถูกตามใจมากกว่า การกดขี่สะใภ้ที่แต่งเข้ามาในบ้านราวกับเป็นคนรับใช้ หรือการดูแลหลานในดีกว่าหลานนอก เป็นต้น

ซึ่งความไม่เท่าเทียมกันนี้ หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่า มันเกิดจากความเชื่อที่ว่า “ลูกชายใช้สืบสกุล ส่วนลูกสาวต้องแต่งออกจากบ้านไปเป็นของคนอื่น” คนจีนเลยให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว หลานในดีกว่าหลานนอก และมองสะใภ้แต่งเข้าเป็นแค่คนรับใช้

แต่เมื่อเจาะลึกลงไปจะพบว่าความไม่เท่าเทียมทางเพศนี้มีที่มาที่ไปจากหลายปัจจัยรวมกัน ได้แก่

1.แนวคิดของขงจื๊อ

แนวคิดนี้เชื่อว่าถ้าทุกคนเป็นคนดี บ้านเมืองก็จะสงบสุข ดังนั้นจึงมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนไว้ชัดเจน เช่น ลูกต้องกตัญญูต่อพ่อแม่ สามีต้องเป็นผู้นำ ภรรยาต้องเชื่อฟังสามี ฯลฯ ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันขึ้น

2.นโยบายลูกคนเดียว

ในช่วงประมาณปีค.ศ.1949-1976 คนจีนนิยมมีลูกเยอะๆ เพื่อที่ลูกชายจะได้ออกไปทำงาน เพราะค่าแรงของผู้ชายสูงกว่าผู้หญิง ส่วนลูกสาวก็ให้แต่งออกและเก็บสินสอด อีกทั้งยิ่งมีลูกเยอะเท่าไหร่ วงศ์ตระกูลก็จะยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเท่านั้น ซึ่งความเชื่อนี้ทำให้เกิดปัญหาประชากรล้นประเทศ ทางรัฐบาลเลยต้องออกนโยบายลูกคนเดียวขึ้นมา และเมื่อสามารถเลือกมีลูกได้แค่คนเดียว ส่วนใหญ่เลยอยากมีลูกชายมากกว่า เพราะทำกำไรได้มากกว่าในระยะยาว

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น ระบบการศึกษา เศรษฐกิจ และค่านิยมอื่นร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากตระกูลไหนยังยึดถือความเป็นพวงพ้องและอยากให้คนในตระกูลรักกันมากๆ อยู่ ความไม่เท่าเทียมกันนี้ก็ควรจะจบสิ้นลงเสียที เพื่อลดความขัดแย้งของคนในตระกูลในภายภาคหน้า