ตีราคาผู้หญิงเป็นสินค้าด้วย “สินสอด”

“เรียกสินสอดเป็นแสน แต่เจียวไข่ไม่เป็นนี่ไม่เอานะ”

“ไม่มีสกิล = ฟรี ก็ถูกแล้วป่ะ?”

หลายคนคงเคยเห็นโพสทำนองนี้ผ่านตากันมาบ้างไม่มากก็น้อย ทั้งที่เดิมทีแล้ว “สินสอด” มีไว้เพื่อเป็นค่าน้ำนมที่พ่อแม่ฝ่ายหญิงอุตส่าห์เลี้ยงดูเจ้าสาวมา กับอีกเหตุผลนึงคือเป็นหลักประกันว่าเจ้าบ่าวมีฐานะดีพอที่จะเลี้ยงดูเจ้าสาวได้ แต่นั่นเองที่ทำให้ภาระการหาเงินให้เพียงพอต่อค่าสินสอดตกมาอยู่ที่ฝ่ายชาย ถึงขนาดที่บางคนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อให้ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ตนรัก

และเมื่อมีฝ่ายหนึ่งต้องจ่าย ฝ่ายนั้นก็ย่อมคิดถึง “ความคุ้มค่า” กับราคาที่ต้องเสียไป ซึ่งส่วนหนึ่งอาจตีราคาผู้หญิงจากสกิลที่ตนเองมองว่าเป็นประโยชน์ เช่น ทำกับข้าวได้ ทำความสะอาดบ้านเป็น โดยอาจมองข้ามสกิลอื่นๆ เช่น ทำงานเก่ง เข้าสังคมเก่ง มีความฉลาดหลักแหลม ฯลฯ เพราะสกิลงานบ้านมันอาจดูจับต้องได้มากกว่า หรือผู้ชายกลุ่มนั้นรู้สึกว่าสกิลงานบ้านมีประโยชน์ต่อชีวิตเขามากกว่า

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน ผลลัทธ์ที่ออกมามันก็ใกล้เคียงกันคือ “ทำให้ผู้หญิงถูกตีราคาประหนึ่งสิ่งของ” มันจึงนำไปสู่คำถามว่าแล้วทุกวันนี้สินสอดยังจำเป็นอยู่มั้ย? ถ้าหากผู้หญิงไม่อยากถูกตีราคา งั้นก็ควรยกเลิกระบบสินสอดไปเลยไม่ดีกว่าหรือ? 

คำตอบนี้อาจขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ผู้หญิงสมัยใหม่ที่มั่นใจว่าตนเองมีดีกว่าแค่งานบ้านอาจไม่ต้องการสินสอดก็ได้ ในทางกลับกันผู้หญิงแบบอนุรักษ์นิยมที่ต้องการสินสอดเป็นหลักประกันเองก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพียงแค่คุณต้องตกลงกับคนรักของคุณให้ได้ ถ้าติดปัญหาอย่างไรก็ให้หาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับกรรมอยู่คนเดียว

แต่ถ้าจนแล้วจนรอดอีกฝ่ายก็ยังคงยืนยันว่าจะไม่จ่าย เพียงเพราะคุณไม่มีคุณสมบัติคุ้มค่าสินสอด มันก็อาจจะถึงเวลาแล้วที่คุณกับคนรักต้องแยกทางกันไป เพื่อที่เขาจะได้ไปตามหาคนที่ “คุ้มค่าคุ้มราคา” กว่า ในขณะที่คุณเองก็ได้มองหาคนที่จะมองเห็น “คุณค่า” ในตัวคุณด้วยเช่นกัน