Squid Game เกาหลีเห็นเงิน ไทยเห็นความรุนแรง

เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทาง Netflix ได้มีการฉายซีรีย์เรื่อง Squid Game ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเล่นเกมที่พระเอกต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ต่อมาซีรีย์นี้ก็ดังเป็นพลุแตกขนาดที่รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องออกมาเตือน เพราะเกรงว่าเยาวชนจะเสพติดความรุนแรงและเกิดเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ 

แต่คำถามถัดมาคือ “เลียนแบบอะไร?”

เลียนแบบพฤติกรรมการเอาตัวรอดทั้งที่ไม่มีเหตุจูงใจให้ต้องฆ่า? มโนว่าตัวเองเป็นตัวร้าย (เพราะพระเอกไม่ได้ฆ่าใครเลยตลอดทั้งเรื่อง) ทั้งที่ในเรื่องก็สื่อให้เห็นอยู่แล้วว่านี่เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม การฆ่าคนในเกมนี้เป็นสิ่งน่ากลัวและสะเทือนใจ ผิดกับละครสมัยก่อนที่ข่มขืนนางเอกแล้วได้เป็นพระเอก? 

มันก็อาจจะเป็นไปได้ ถ้าเด็กคนนั้นหัวอ่อนมากๆ แต่ก็ไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะไม่มีวิจารญาณ แล้วถ้าหากเด็กไม่สามารถแยกแยะระหว่างหนังกับโลกแห่งความจริงได้ตั้งแต่แรก ต่อให้ไม่ดู Squid Game เด็กก็อาจจะเลียนแบบความรุนแรงจากคนรอบตัว ข่าว หรือสื่ออื่นๆ ได้อยู่ดี แล้วเท่าที่เห็นตอนนี้ก็ยังไม่มีใครลักพาตัวคนอื่นมาเล่นเกม หรือเอามีดไปจ้วงแทงคนอื่นเพราะมโนว่าตัวเองเป็นผู้เข้าแข่งขัน แต่มีคนจากหลากหลายประเทศพยายามหัดทำขนมน้ำตาลและเอามาแกะเล่นให้เห็นอยู่เต็มยูทูป

ไม่เพียงเท่านี้ แต่ใน ebay ก็มีคนเซิร์สหาชุดเสื้อและกางเกงวอร์มสีเขียวแบบพระเอก ชุดผ้าร่มสีชมพูเข้มแบบของผู้คุม ฯลฯ เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากช่วงนี้ก็ใกล้เทศกาลฮาโลวีนแล้ว หรือแม้แต่แบรนด์ Zavvi ที่ได้ลิขสิทธิ์ในการผลิตและจัดจำหน่ายรองเท้าผ้าใบสีขาวเรียบๆ แบบที่ผู้เล่นเกมในซีรีย์ใส่จนมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 7,800% เรียกได้ว่าอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีกำลังสร้างเม็ดเงินมหาศาล และคาดว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้จะเป็นที่ต้องการจากทั่วโลกทัดเทียมกับฮอลลีวู้ด

…แล้วหันกลับมาดูที่ประเทศไทย ผู้ใหญ่บ้านเรายังกลัวเด็กจะเอามีดไปแทงคนเลียนแบบซีรีย์อยู่เลย